leg

あし ソク

วันนี้ได้มาเรียนนอกสถานที่ครับ TCDC ตั้งอยูชั้นโรงหนังของห้าง ดิเอ็ม นั่นเอง

ที่นี่เป็นสถานที่รวบรวมการออกแบบต่างๆไว้ทั้งยังมีห้องสมุดไว้ให้ศึกษาอีกด้วย

ก็มีกิจกรรมเล็กๆให้ทำกันนั่นคือ ให้หัวข้อมาว่าหากเกดภัยพิบัติขึ้นมาสถานที่ต่างๆที่ได้รับจามีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งกลุ่มผมได้เป็น ห้างสรรพสินค้า ซึ่งแต่ละกลุ่มก็คิดกันอย่างดี และพรีเซนต์หน้าห้อง สนุกสนานมากเรยครับ แต่ละคนไอเดียสุดยอดเรย

ก็ขอขอบคุณ TCDC มากเรยคับที่เอื้อเฟื้อสถานที่การเรียนรู้ให้และยังได้รับความรู้มากมายอีกด้วยคับ

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะได้เรียนวิชานี้ในห้องเรียน ต่อๆไปคงต้องเรียนรู้จากโลกภายนอกต่อไปแล้วครับ

โดยคาบสุดท้ายนี้ อาจารย์ก็ได้เปิดวีดีโอ และรูปที่อาจารได้มีโอกาศไปสัมนาที่ต่างประเทศ โดยTony Robbins ซึ่งถือว่าเป็น speaker ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเลยทีเดียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีค่าบัตรที่แสนแพงด้วย

ไฮไลท์ของงานนี้เรยครับ ใครอยากลองบ้าง เดินลุยไฟนั่นเอง ตอนแรกผมก็สงสัยว่า เค้ามีเทคนิคที่ทำให้เดินลุยไฟแล้วไม่เจ็บหรือ จริงๆแล้วไม่เลย แต่เทคนิคคือ การต่อสู้กับความกลัวภายในจิตใจนั่นเอง

การก้าวข้ามกับดักของผู้เชี่ยวชาญ

นั่นคือ ผู้ที่เชียวชาญจะมีความกลัวในจิตใจมากกว่าผู้ที่ไม่รู้ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญจะคิดว่าสิ่งนี้ทำไม่ได้ ไม่น่าจะทำได้ แต่ผู้ที่ไม่รู้ จะคิดว่าทำได้ เพราะว่าไม่รู้ว่าทำไม่ได้ ซึ่งอาจจะทำได้ก็ได้ งงนิดนึง ผมเขียนเองก็งงๆ แต่ก็ความหมายตรงตัวหนะคับ

สุดท้าย อาจารย์ให้เล่นไพ่ครับ ไพ่โปกเกอร์เนี่ยหละ แต่ราคา6พันกว่าบาทเรยนะครับ เพราะไม่ใช่ไพ่ธรรมดา เมื่อเล่นแล้วช่วยให้รู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้นครับ

ในวันนี้อาจารย์ไม่มาครับแต่ก็ฝาก TA ไว้ พี่แบงค์นั่นเอง

โดยมีเกมมาให้เล่น คือ เกม 20 คำถาม โดยจะมีโจทย์มาให้ และให้ถามคำถาม 20 คำถามว่าสิ่งที่โจทย์บอกมาคืออะไร และพยายามคิด เพื่อตอบได้ว่าสิ่งที่โจทย์บอกมาคืออะไร

ตอนเล่นลุ้นมากว่าสิ่งที่โจทย์กำหนดคืออะไร ผมชอบเกมนี้ โดยเฉพาะตอนที่ได้เป็นคนใบ้คำตอบ

ซึ่งคำตอบนั้นต้องคิดให้นอกกรอบ ถึงจะเดาถูกนะคร๊าบ

ท่านเรียนรู้อะไรบ้างจากการฝึก Juggling

          ได้ฝึกความอดทน และได้เรียนรู้ว่า บางสิ่งที่ทำไม่เป็น ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะยังไม่ได้ทำ ทำให้ได้ฝึกทักษะทางร่างกาย คล้ายๆกับได้ออกกำลังกายทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และทำให้มีงานอดิเรกยามว่าง รวมทั้งเป็นความสามารถพิเศษเพิ่มเติม

ท่านชอบเนื้อหาหรือกิจกรรมใดมากที่สุด โปรดให้เหตุผล

          ชอบช่วงที่มีวิทยากรจากภายนอก เพราะได้ความรู้มากมาย ทั้งที่เกี่ยวกับการเรียนและไม่เกี่ยวกับการเรียน เพราะทำให้รู้ว่าในโลกภายนอกมหาลัยยังมีกลุ่มคนอีกมากมายที่พยายามทำให้สินค้าไทยติดตลาดโลกได้ พยายามเข้าครับ สู้ๆ

ท่านคิดว่างานมอบหมายในวิชานี้เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับวิชาอื่นโดยเฉลี่ย โปรดให้เหตุผล (อย่าลืมว่าวิชานี้ไม่มีการสอบ)

         งานที่ทำมีความหลากหลาย และทำให้ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำ เช่นการเขียนบล็อกและให้คนอื่นเข้ามาอ่าน แม้ว่าการเขียนบล็อกจะช่วยให้เผยแพร่ความรู้ต่างๆ ให้บุคคลภายนอกได้รู้ แต่ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องเล่าเรื่องชีวิตประจำวันและให้คนอื่นได้อ่าน ซึ่งแปลกดีครับ เป็นการทำให้ได้ออกจาก Comfort Zone อย่างหนึ่ง

          ส่วนปริมาณงานนั้น ถ้าทยอยทำทุกอาทิตย์จนเป็นความเคยชิน ผมคิดว่างานไม่เยอะครับเหมือนกับการเช็ค e mail ทุกๆวันนั่นเอง แต่ถ้าดองงานไว้และค่อยทำทีเดียวก็จะรู้สึกว่ามันเยอะเหมือนกัน แต่ก็ไม่มากเกินไปเพราะอาจารย์ให้เวลาในการทำเยอะพอสมควรครับ

จงอ่านบทความเรื่อง “บทเรียนจากเบิร์กเล่ย์” และเสนอกลยุทธ์ในการพัฒนาตนเองเพิ่มเติมอย่างน้อย 2 ข้อ

         เข้าร่วมการอบรมต่างๆ อย่างสุ่ม ทั้งที่สนใจและไม่สนใจ โดยจะตั้งใจฟัง และจดเพื่อเพิ่มมุมมอง และความคิดในด้านต่างๆ เป็นการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์โดยการได้มองในมุมอื่นดูบ้าง

         คอยสังเกตุสิ่งรอบกายต่างๆ และนำมาโพสลงในบล็อก ซึ่งอาจจะเป็นจุดเล็กๆที่ตนสนใจหรือไม่สนใจ แต่อาจจะสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบุคคลอื่นก็ได้

         ลองจัดรายการเลียนแบบรายการทีวี เช่นกบนอกกะลา ซึ่งเป็นการหาข้อมูลในเชิงลึกของเรื่องต่างๆ

ท่านคาดว่าจะได้รับเกรดอะไร จงให้เหตุผลอย่างละเอียด

         เกรด A ครับ เนื่องจากผมมีความตั้งใจที่จะลงเรียนวิชานี้ และก็ตั้งใจเรียนทุกคาบครับ ถึงแม้จะมีอยู่ หนึ่งคาบที่ไม่ได้ยกมือออกความคิดเห็น และผมก็มีการจดข้อความที่ชื่นชอบตลอดด้วยครับ เคยเข้าเรียนสายเพียงครั้งเดียว เนื่องจากกำลัง up blog สิ่งประดิษฐ์อยู่ครับ แต่จริงๆทำเสร็จก่อนแล้วนะครับ ใน notepad แต่เนตที่บ้านมีปัญหาจึงไม่ได้อับซักที แต่สุดท้ายก็อับทันก่อนเข้าเรียนนะครับ

ถ้ามีวิชา Innovative Thinking II ท่านต้องการเรียนเนื้อหาอะไร

        ผมคิดว่าในวิชานี้เมื่อมีคนที่มีความคิดดีๆ และฝึกฝนด้านความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันมา น่าจะมีวิธีที่ทำให้ความคิดต่างๆนี้ สามารถแก้ปัญหาต่างๆของประเทศชาติได้ อาจจะมีการตั้งเชิญวิทยากรที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ให้ตั้งโจทย์ขึ้นมาและให้นิสิตในห้องช่วยกันคิดแก้ปัญหา โดยใช้เทคนิคต่างๆที่ร่ำเรียนมา เช่น การระดมสมอง หรือ การให้คำสุ่ม เป็นต้น มาช่วยในการหาคำตอบ

ถ้าท่านเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชานี้ ท่านจะตั้งคำถามอะไรและจะตอบอย่างไร

      คำถาม ความคิดสร้างสรรค์มีความจำเป็นอย่างไร

      คำตอบ เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์นั้นอยู่ในทุกสาขาวิชา ในชีวิตประจำวัน และในทุกๆการทำงาน แม้ว่าในการทำงานนั้นอาจจะไม่ต้องสร้างสรรค์ก็ได้ แต่หากขาดความคิดสร้างสรรค์ งานที่ทำนั้นจะไม่มีคุณภาพ และไม่มีความแปลกใหม่ หากเป็นเช่นนั้นเรื่อยๆ ก็อาจจะไม่มีคุณค่าใดเลยก็ได้ ความคิดสร้างสรรค์นั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการสร้างคุณค่าในชีวิต ทำให้สิ่งรอบกายนั้นเกิดมูลค่าเพิ่ม และช่วยให้มีจิตใจที่เบิกบานสร้างสรรค์

การใช้คำสุ่ม

วันนี้อาจารย์ให้เอาหนังสือมา 1 เล่ม เรื่องอะไรก็ได้ แต่วันนั้นผมลืมเอามา แต่โชคดีที่มินท์เอามาสองเล่ม ผมจึงขอยืมมา 1 เล่ม อิอิ reader digest ซะด้วย สมัยก่อนผมชอบอ่านหนังสือนี้มากๆเรยครับ

จากนั้นอาจารย์ก็ให้โจทย์มาเช่น หากต้องการเปิดร้านเช่าหนังสือ จะทำยังไง ก็ให้หาคำสุ่มมา 1 คำ และก็พยายามคิดว่าคำๆนั้นเกี่ยวกับโจทย์ยังไงบ้าง

กลยุทธ์การใช้มุมมองที่หลากหลาย ง่ายที่สุดคือ การระดมสมอง หรือ brainstorm โดยมีหลักการคือ

  • ทุกคนสามารถคิดได้อย่างอิสระ
  • ไอเดียยิ่งแปลกยิ่งดี
  • ไม่วิจารณ์ความคิดคนอื่น
  • ปริมาณมาก่อนคุณภาพ

อาจารย์จึงให้เขียนในกระดาษและส่งวนไปในกลุ่ม

จากนั้นก็อธิบายเรื่อง หมวกหกใบ หรือ six thinking hat

ซึ่งจะอธิบายบทบาทของแต่ละคนเหมือนการใส่หมวก หกใบที่มีสีแตกต่างกัน

วันนี้ประทับใจมากเรยครับ เนื่องจากมีวิทยากรภายนอกมาบรรยายให้ความรู้

เริ่มจากท่านแรก

มีภาพสิ่งประดิษฐ์ต่างๆของไทย โดยเฉพาะ ท่านได้ออกแบบของเล่น ที่ช่วยในการฝึกสมองและความจำในเด็กด้วย ซึ่งทำให้เวลาเล่นของเล่น นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้วยังได้ความรู้อีกด้วย

และยังมีอาหารแปรรูปให้ลองกินกัน เช่น เม็ดมะรุม ซึ่งบอกไว้ว่าเวลากินจะมีอยู่ 3 รสชาติ ทำให้เวลาผมกินผมจะเคี้ยวและค่อยๆลิ้มรสชาติ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเทคนิคของวิทยากรหรือไม่ เพราะเมื่อกินได้รสชาติแรกๆที่เจอก็จะจืดๆอยู่ เมื่อเคี้ยวไปซักพักก็เริ่มขม ขม และก็ขม ขมมากกก ผมจึงเริ่มกินน้ำตาม แต่เมื่อกินน้ำปั๊ป ก็หวานมาก นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นอีก เช่น ถั่ว พริกไทยเผ็ดๆ ลำไย

ส่วนอีกท่านนึง ทำกิจการเครื่องกรองอากาศ อัลไพน์แอร์

แต่ที่เจ๋งคือ ท่านสอนวิธีทำให้อยู่ กูเกิ้ลอันดับ 1 ซะด้วย Cool

กลยุทธ์การเชื่อมโยงอย่างอิสระ

มีนักประดิษฐ์มากมายที่นำสิ่งที่ไม่น่าจะเกี่ยวกัน แต่ก็สามารถนำมาแก้ปัญหาต่างๆ และผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวเลยที่เดียว เช่น

21082009177

เป็นการแก้ปัญหาหิมะเกาะตามสายไฟ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหมีที่เขย่ารังผึ้ง จึงใช้ แรงสั่นสะเทือนจาก ฮ. มาบินข้างๆเพื่อเป่าหิมะออกจากสายไป เป็นต้น

แพร่งความคิด

  • คบกับคนที่หลากหลาย
  • ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ
  • อุปมาอุปไมย

วันนี้อาจารย์บอกว่าจะมาช้า ให้ซ้อมจักกลิ้งไปก่อนระหว่างรออาจารย์ ผมก็ฝึกโยนไปเรื่อยๆ แต่สังเกตุว่าโยนแล้วชอบเดินไปข้างหน้า ผมจึงยืนพิงกับโต๊ะ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดิน และจาได้ไม่ต้องก้มเก็บลูกด้วย ซ้อมไปเรื่อยๆก็เริ่มโยนดีขึ้น แต่ก็ยังโยนต่อเนื่องไม่ได้มาก จนกระทั่งอาจารย์มา จึงเริ่มเรียนกัน

QWERTY—>ดูคุ้นๆตานะ เรียงกันเป็นคีย์บอร์ดเชียว

ก็คีย์บอร์ดหนะสิ แล้วทำไมต้องออกแบบมาแบบนี้ พิมพ์เร็วขึ้นหรอถ้าเรียงแบบนี้

ป่าวเลยพิมพ์ช้าลงต่างหาก แต่ก็มีเหตุผลนะ เพราะว่าสมัยก่อนคอมพิวเตอร์ยังไม่เร็วเท่ากับปัจจุบัน จึงต้องมีการสร้างคีย์บอร์ดให้พิมพ์ได้ไม่เร็วเกินไป

การคิดนอกกรอบ

ช่วยให้ได้ไอเดียใหม่ๆได้ แต่ทำยังไงถึงจะคิดนอกกรอบได้ ลองใช้วิธีการย้อนกลับสมมติฐานดู

สมมติฐานของ ภัตตาคาร

  •  มีเมนู —> ไม่มีเมนู == ให้ลูกค้าคิดเมนูเอง
  • คิดค่าอาหาร —> ไม่ต้องคิดค่าอาหาร == ให้ลูกค้ากินอาหาฟรี เก็บค่าสถานที่แทน
  • ให้บริการอาหาร —> ไม่ให้บริการอาหาร == ลูกค้าทำอาหารเอง เราให้ใช้ครัว

ลองคิดย้อนกลับสมมติฐานดู จะช่วยให้คิดนอกกรอบได้ง่ายขึ้น อิอิ

วันนี้เป็นวันที่ผมต้องส่งงานวิชา Software Engineering ตอนบ่ายโมง
ผมจะเล่าถึงเมื่อวานคือ หลังจากจบคาบ Entrepreneur ผมและเพื่อนๆก็ไปกินข้าวเย็นและเตรียมตัวทำ SE ต่อ ในตอนแรกผมแอบนึกว่า มันไม่น่าเยอะเพราะบางส่วน โค๊ดคล้ายๆกันน่าจะ reuse ได้ แต่เมื่อทำจริงก็ค้นพบว่า มันมีปัญหามากมายที่ต้องคอยแก้ไข ผมนั่งทำไปเรื่อยๆ ตั้งแต่คนอยู่กันเต็มชั้น 20 จนค่อยๆทยอยกลับกันไป ผมสังเกตุเห็นว่าที่ห้องนั้น แต่ละคนก็นอนน้อยและป่วยกันซะส่วนมาก เพราะจะได้ยินเสียงไอตลอดคืนรวมทั้งผมด้วย พอประมาณตี 4 ผมก็เผลอหลับไปและตื่นอีกทีก็ 8 โมง และจึงค่อยไปกินข้าวและกลับบ้านไปอาบน้ำ เป็นความรู้สึกแปลกดี เพราะปกติต้องอยู่บ้านและกินข้าวก่อนมาคณะ แต่คราวนี้เป็นการอยู่ที่คณะและกินข้าวแล้วค่อยกลับบ้าน เมื่อกลับบ้านผมจึงแอบงีบซักพัก แต่หลังจากนั้นเพื่อนผมจึงโทรมาว่าเครื่องพิมพ์สีหมด ให้ผมพิมพ์รายงานให้ ผมจึงตื่นมาพิมพ์รายงานและค่อยไปเย็บเล่มที่มหาลัย
ในที่สุดงานในค่ำคืนนี้ที่ทุ่มทำกันก็เสร็จลุล่วงได้ เย้ๆๆ
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่อยู่ช่วยกันทำงานจนวินาทีสุดท้าย 555

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น