You are currently browsing the category archive for the ‘Class Creativity’ category.
การใช้คำสุ่ม
วันนี้อาจารย์ให้เอาหนังสือมา 1 เล่ม เรื่องอะไรก็ได้ แต่วันนั้นผมลืมเอามา แต่โชคดีที่มินท์เอามาสองเล่ม ผมจึงขอยืมมา 1 เล่ม อิอิ reader digest ซะด้วย สมัยก่อนผมชอบอ่านหนังสือนี้มากๆเรยครับ
จากนั้นอาจารย์ก็ให้โจทย์มาเช่น หากต้องการเปิดร้านเช่าหนังสือ จะทำยังไง ก็ให้หาคำสุ่มมา 1 คำ และก็พยายามคิดว่าคำๆนั้นเกี่ยวกับโจทย์ยังไงบ้าง
กลยุทธ์การใช้มุมมองที่หลากหลาย ง่ายที่สุดคือ การระดมสมอง หรือ brainstorm โดยมีหลักการคือ
- ทุกคนสามารถคิดได้อย่างอิสระ
- ไอเดียยิ่งแปลกยิ่งดี
- ไม่วิจารณ์ความคิดคนอื่น
- ปริมาณมาก่อนคุณภาพ
อาจารย์จึงให้เขียนในกระดาษและส่งวนไปในกลุ่ม
จากนั้นก็อธิบายเรื่อง หมวกหกใบ หรือ six thinking hat
ซึ่งจะอธิบายบทบาทของแต่ละคนเหมือนการใส่หมวก หกใบที่มีสีแตกต่างกัน
กลยุทธ์การเชื่อมโยงอย่างอิสระ
มีนักประดิษฐ์มากมายที่นำสิ่งที่ไม่น่าจะเกี่ยวกัน แต่ก็สามารถนำมาแก้ปัญหาต่างๆ และผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวเลยที่เดียว เช่น

เป็นการแก้ปัญหาหิมะเกาะตามสายไฟ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหมีที่เขย่ารังผึ้ง จึงใช้ แรงสั่นสะเทือนจาก ฮ. มาบินข้างๆเพื่อเป่าหิมะออกจากสายไป เป็นต้น
แพร่งความคิด
- คบกับคนที่หลากหลาย
- ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ
- อุปมาอุปไมย
วันนี้อาจารย์บอกว่าจะมาช้า ให้ซ้อมจักกลิ้งไปก่อนระหว่างรออาจารย์ ผมก็ฝึกโยนไปเรื่อยๆ แต่สังเกตุว่าโยนแล้วชอบเดินไปข้างหน้า ผมจึงยืนพิงกับโต๊ะ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดิน และจาได้ไม่ต้องก้มเก็บลูกด้วย ซ้อมไปเรื่อยๆก็เริ่มโยนดีขึ้น แต่ก็ยังโยนต่อเนื่องไม่ได้มาก จนกระทั่งอาจารย์มา จึงเริ่มเรียนกัน
QWERTY—>ดูคุ้นๆตานะ เรียงกันเป็นคีย์บอร์ดเชียว
ก็คีย์บอร์ดหนะสิ แล้วทำไมต้องออกแบบมาแบบนี้ พิมพ์เร็วขึ้นหรอถ้าเรียงแบบนี้
ป่าวเลยพิมพ์ช้าลงต่างหาก แต่ก็มีเหตุผลนะ เพราะว่าสมัยก่อนคอมพิวเตอร์ยังไม่เร็วเท่ากับปัจจุบัน จึงต้องมีการสร้างคีย์บอร์ดให้พิมพ์ได้ไม่เร็วเกินไป
การคิดนอกกรอบ
ช่วยให้ได้ไอเดียใหม่ๆได้ แต่ทำยังไงถึงจะคิดนอกกรอบได้ ลองใช้วิธีการย้อนกลับสมมติฐานดู
สมมติฐานของ ภัตตาคาร
- มีเมนู —> ไม่มีเมนู == ให้ลูกค้าคิดเมนูเอง
- คิดค่าอาหาร —> ไม่ต้องคิดค่าอาหาร == ให้ลูกค้ากินอาหาฟรี เก็บค่าสถานที่แทน
- ให้บริการอาหาร —> ไม่ให้บริการอาหาร == ลูกค้าทำอาหารเอง เราให้ใช้ครัว
ลองคิดย้อนกลับสมมติฐานดู จะช่วยให้คิดนอกกรอบได้ง่ายขึ้น อิอิ
เทคนิคการหาไอเดียใหม่
การหาไอเดียใหม่ๆอาจใช้วิธีการแสดงรายการของคุณลักษณะ (Attribute Listing) จะเป็นการลิสต์รายการคุณลักษณะ และก็เลือกรายการนั้นๆ
ฝึกนิสัยให้เป็นนักผลิตไอเดียจำนวนมาก แล้วทะให้ไอเดียเหล่านั้นเป็นจริง
คำถาม??
คุณมาจุฬาได้อย่างไร—–> เมื่อถามคำถามนี้มักตอบคำตอบเดียว เช่น มาด้วยรถเมล์
คุณมาจุฬาโดยวิธีใดได้บ้าง—> แต่เมื่อถามคำถามนี้จะได้หลายคำตอบ ดังนั้น เมื่อตั้งคำถามแบบนี้จะได้ไอเดียมากกว่า
เทคนิคการตั้งคำถาม
Why-Why Diagram (วิเคราะห์สาเหตุของสาเหตุ จะได้เห็นปัญหาอย่างแท้จริง)
— สาเหตุ 1 — สาเหตุ 2.1
ปัญหา——– สาเหตุ 2 ———– สาเหตุ 2.2
— สาเหตุ 3 — สาเหตุ 2.3
เช่น
—- ข้อสอบยาก
คำแนนต่ำ—– ทำข้อสอบไม่ได้ ————– ทำไม่ทัน
— อาจารย์กดคะแนน —- ไม่เข้าใจบทเรียน
เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจปัญหาต่างๆมากขึ้นด้วย
กลยุทธที่ 2 การหาทางเลือกจำนวนมาก
เริ่มแรกอาจารย์ให้ดูภาพเรขาคณิต 5 ภาพและมีคำถามว่า ภาพไหนแตกต่าง
เมื่อดูแล้วจะเห็นแต่ละคนก็จะมองแตกต่างกันไปว่าภาพแต่ละภาพแตกต่าง โดยมีเหตุผลมากมาย ซึ่งผมคิดว่าทุกภาพนั้นแตกต่างกันตามแต่จะใช้อะไรเป็นเกณท์ในการวัด
Linus Pauling กล่าวว่า “อยากจะได้ไอเดียดีๆ ต้องหาไอเดียเยอะๆ” เมื่อมีไอเดียเยอะก็จะมีทางเลือกมากนั่นเอง
เช่นหากถามว่าเราจะวัดความสูงของตึกโดบใช้บารอมิเตอร์ได้อย่างไร
คำตอบก็จะมีมากมายตามกรอบวิชาที่รู้ เช่น
นักฟิสิกส์ “ใช้บอรอมิเตอร์วัดความดันแล้วเทียบกับที่พื้นแล้วคำนวนเอา”
นักคณิตศาสตร์ “ใช้หลักการสามเหลี่ยมคล้ายดูเงาที่ทอดลงบนพื้นแล้วคำนวน”
นักเกรียน “เอาบารอมิเตอร์ไปห่อของขวัญแล้วถามยามให้วัดให้แล้วจะให้ของขวัญ” อะล้อเล่ง
เป็นต้น
สมมติมีกองฟางอยู่หลายๆกอง และให้ไปหาเข็มในกองฟาง
Satisfier
หาเมื่อพบเข็มแรกในกองฟางแล้วหยุด(ไม่หาต่อ)
Optimizer
หาทุกเข็มที่มีอยู่ในกองฟาง (หาสิ่งที่ดีที่สุด)
หากท่านเป็น Optimizer จะต้องหาคำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งอาจจะตั้งคำถามง่ายๆได้คือ
– จะมองปัญหานี้ในมุมมองอะไรได้บ้าง
– สามารถแก้ปัญหาโดยใช้วิธีอะไรได้บ้าง
– จะมองปัญหานี้ในมุมมองใหม่ๆได้อย่างไร
กฎทองของความคิดสร้างสรรค์
กำหนดโควต้าของไอเดียแล้วหาไอเดียให้ครบตามจำนวนโควต้า
ท้ายคาบ มีการทำแบบสอบถามเพื่อให้รู้จุดแข็งของตนเองซี่งมีอยู่ 6 กลุ่ม 24 ด้าน
- สติปัญญา
- กล้าหาญ
- ความเป็นมนุษย์
- ยุติธรรม
- ควบคุมอารมณ์
- เข้าใจตนเอง
ซึ่งเป็นการทำแบบสอบถามที่ดีมากเพราะจะทำให้เข้าใจจุดเด่นของตนเองมากขึ้น
Role Model คนแรก
Michael Scorfield จาก Series เรื่อง Prison Break

Michael เป็น วิศวกรที่ฉลาด มีความสามารถสูง และยังเป็นคนดีชอบช่วยเหลือคนอื่น
เค้าใช้ชีวิตเป็นปกติจนกระทั่ง พี่ชายของเขาถูกจับในข้อหาฆ่าคนตายและจะถูกประหารชีวิต และเมื่อเค้ารู้ความจริงว่าพี่ชายเค้าเป็นผู้บริสุทธิ์ และกำลังถูกใส่ร้าย เขาจึงพยายามช่วยทุกวิถีทาง จนในที่สุดเมื่อวันประหารใกล้มาถึง เขาจึงตัดสินใจที่จะทำให้ตนเองติดคุกเพื่อจะช่วยพี่ชายแหกคุกออกมา โดยเขาได้วางแผนอย่างดี โดยสักพิมเขียวของคุกซี่งเป็นคนออกแบบไว้บนตัวและหาข้อมูลต่างๆ เตรียมตัวอย่างดีว่าจะต้องมีใครร่วมทีมบ้างเพื่อให้งานสำเร็จ นอกจากนั้นยังคิดเผื่ออีกว่า เมื่อหนีออกมายแล้วจะทำอย่างไรต่อไป และมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรต่อไป
ผมประทับใจในความกล้า ความพยายาม และความรอบคอบของเขามาก เขากล้าเสี่ยงที่จะทำให้ตัวเองติดคุก เพื่อเข้ามาช่วยพี่ชายที่โดยใส่ร้าย และปฏิบัติการต่างๆด้วยความพยายาม แม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายก็ตาม โดยได้วางแผนการทำงานได้อย่างดี และรอบคอบ นอกจากนี้เค้ายังเป็นคนที่มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอีกด้วย
ความสำเร็จ
ด้วยความพยายามของเขาจึงสามารถช่วยพี่ชายได้สำเร็จ
KAIZEN ไคเซ็น หมายถีง Small Continuous Improvement การปรับปรุงเล็กน้อย แต่ได้ผลพัฒนา เช่น
- ตู้เอทีเอ็มที่ไม่ต้องพิมพ์ใบสลิป อาจดูเล็กน้อยแต่ช่วยประหยัดกระดาษอย่างมาก เพราะว่าถ้าไม่ใช่การโอนเงิน ก็อาจจะไม่ต้องใช้ใบสลิปก็ได้จึงไม่ต้องพิมพ์ออกมา
- ถุงน้ำที่มีหูหิ้ว ไม่ต้องใช้ยางรัด ในสมัยก่อนเวลาซื้อน้ำต้องใช้ถุงน้ำที่ใช้ยางรัดเอาแต่การซื้อน้ำทุกครั้งก็ต้องใช้ยางรัดทำหูหิ้วดังนั้นอาจจะพัฒนาให้เป็นถุงแบบมีหูหิ้วเลยก็ได้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นความคิดที่ดีทีเดียวเนื่องจากแบบยางรัดนั้นทำให้ถุงแกว่งมาก และก็เสี่ยงต่อยางขาดหรือหากมัดไม่มีก็หลุดออกจากถุงได้
ลักษณะของมหาบุรุษ(จากหนังสือของ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ)
- ความมุ่งหมาย (Aim)
- ความเป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็ง (Strong mindedness) อย่าบอกว่าตนโชคร้าย เพราะไม่มีใครอยากคบกับคนโชคร้าย
- ความเชื่อมั่นในตนเอง (Self confidence)
- สมาธิ (Concentration)
ตั้งเป้าหมายสร้างแรงบันดาลใจ เช่นกรณี Jim Carry ที่เขียนเช็ค 1,000,000$ จ่ายตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้า ทำให้เค้าต้องพยายามทำให้สำเร็จให้ได้
กฏข้อแรกของการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
เชื่อว่าคุณมีความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว Believe!!
ควรจะต้องเริ่มจากความเชื่อ เชื่อ และก็เชื่อ เพื่อเป็นการย้ำจิต Affirmation
จากพุทธภาษิต “ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ” นั่นคือ หากใจเชื่อมั่นแล้วจะสำเร็จได้
และก็มีการดูผลีกน้ำ ผมว่ามหัศจรรย์มากเรยที่น้ำจากที่ต่างๆกัน และมีผลึกต่างกันออกไป เค้าว่า น้ำมีการสื่อความจำ ถ้านำน้ำจากแหล่งธรรมชาติ หรือน้ำสะอาดบริสุทธิ์ผลึกก็จะสวยงาม แต่ถ้าน้ำมาจากขยะ หรือคลองที่ไม่สะอาด ผลึกน้ำก็จะดูน่ากลัว ดังน้ำร่ายการเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก หากน้ำอยู่ในภาชนะที่ดี น้ำในร่ายกายก็จะดีด้วย ดังนั้นความคิดดีๆส่วนใหญ่จะมาตอนที่รู้สึกผ่อนคลาย
จบคาบ อาจารย์สั่งการบ้านด้วย
1. ขนมปัง 1 ชิ้น
และก็เขียน Role model 3 คน ลงใน blog
วันนี้มีวิทยากรด้วย
พันโท อนันท์ ชินบุตร ได้ให้เกียรติมาบรรยายเรื่อง NLP
โดยเริ่มต้นด้วย ดีได้ด้วย 5 D
1 Dare to dream มีความฝันและกล้าที่จะฝัน
2 Decide to do ตัดสินใจทำ
3 Determine to be done มุ่งมั่นให้สำเร็จ เตรียมตัวให้พร้อม
4 Deal with disappointment รับมือกับความผิดหวังได้
5 Delegate your duties มอบหมาย กระจายงาน แบ่งอำนาจออกไป
ความสำเร็จต่างๆจะเกิดขึ้นได้ โดยถ้าเรามีความฝันและลงมือทำให้สำเร็จอย่างมุ่งมันตั้งใจ เตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคต่างๆ และกระจายงานมอบหมายอำนาจกระจายออกไปให้ได้
นอกจากนี้ยังต้องทำตัวให้มีคนรักรอบทิศทาง
- ทั้งข้างบน หมายถึง เจ้านาย หรือผู้บังคับบัญชา
- ข้างๆ หมายถึง เพื่อนๆร่วมงาน
- ข้างล่าง หมายถึง ลูกน้อง
ความคิดเปลี่ยนรูป – ความคิดนั้นถ้าคิดอย่างไรไปเรื่อยๆก็จะเป็นอย่างนั้นได้
– Body ร่างกาย เราควรดูแลร่างกายให้ดี ไม่เจ็บป่วย
– Mind ความคิด(แบ่งเป็น สติปัญญา และ จิตใจ) คิดให้ดี ความคิดสามารถทำให้เป็นจริงได้ หากเราคิดอย่างนั้นไปเรื่อยๆ(เรียกว่า การย้ำจิต)
– Emotion อารมณ์ อารมณ์ของคนเรามีผลต่อร่างกายและความคิดด้วยนะ ถ้าอารมณ์โกรธ หน้าตาก็จะไม่ผ่องใส ความคิดก็จะไม่ดี
– Spirit จิตวิญญาณ ต้องมีจิตใจดี มีเมตตา -คิดให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ กรุณา -ช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ มุทิตา -พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นมีสุข อุเบกขา -วางเฉยหากไม่สามารถช่วยเหลือได้แล้ว
ผมขอจบบทเรียนที่ 2 นี้ด้วย “1 Step Discarded, Is Another Step Forwarded” -Thomas Edison-
หมายถึง 1 ครั้งที่ไม่สำเร็จ จะเข้าใกล้ความสำเร็จอีก 1 ก้าว
บทเรียนบทแรกในวิชา Creativity
ในที่สุดผมก็ได้เรียนวิชานี้
มีหลายสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ และปฏิบัติในการเรียน เช่น ต้องเขียนบล็อกทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 อัน ต้องนั่งหน้าเวลาเรียน ห้ามนั่งแถวสุดท้าย ห้ามขาดเรียน รวมทั้งต้องมีส่วนร่วมในการเรียนทุกคาบ ซึ่งจากข้อปฏิบัติเดิมที่รู้ๆกันอยู่แล้วคือ ต้องปิดเสียงมือถือ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ สำหรับผม สิ่งที่ต้องเพิ่มจากการเรียนปกติน่าจะเป็นการมีส่วนร่วมในห้องเรียน ซึ่งปกติจะมีบ้างไม่มีบ้างแล้วแต่บรรยากาศ แต่คาบนี้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนให้ได้ 55
เข้ามาถึงเรื่องการเรียน ตอนแรกอาจารย์ให้เขียนสิ่งที่รู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยกำหนดให้เขียนตาม A-Z ซึ่งผมก็เขียนอย่างเมามัน มั่วบ้างเล็กน้อย ไม่ซีเรียสๆ แต่ก็เขียนไม่ครบอ่า ขาดไป 1 ตัว ZZZZZZZ ตอนนั้นนึกไม่ออกจริงๆ
และก็ยังมีให้ลองเขียน IX ให้เป็น 6 ซี่งก็มีคนออกไปเสนอหลายวิธีทั้ง SIX หรือ IX6 รวมทั้งการตัดกึ่งกลาง IX ก็จะกลายเป็น VI กลับหัวซี่งมีค่าเป็น 6 เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการจะแก้ปัญหาหนึ่งๆอยากทำได้หลายวิธีแล้วแต่ว่าแต่ละคนจะสร้างสรรค์กันอย่างไร
ต่อมาอาจารย์ก็ให้วาดรูปสัตว์ประหลาด ผมก็พยายามวาดให้รู้สึกแปลกแต่ก็ยังคงคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่ควรทำได้ คือเริ่มจากผมอยากให้มันมองเห็น เพราะงั้นก็ต้องมีตา และเครื่องที่ได้ แต่ผมไม่อยากให้มันมีขาชัดเจอจึงวาดเป็น บรึ๋ยๆ รวมทั้งมีปากในการกิน พอวาดแล้วก็มานึกว่าแล้วถ้ามันเจอศัตรูหละ เลยเติมหนามให้มันไว้ป้องกันตัว ออกมาแล้วมันก็ประหลาดสมชื่อ สัตว์ประหลาด
และก็เริ่มกิจกรรมอีกอันหนึ่งคือ ออกจาก comfort zone ก็คือ โซนแห่งความเคยชิน โดยอาจารแจกกระดาษ 2 แผ่นที่มีรูปและรหัสอยู่ให้วาดตาม แต่มีเงื่อนไขคือต้องวาดด้วยมือซ้าย ก็โอเค ซ้ายก็ซ้าย ผมก็เริ่มวาด วาดช้า และเส้นหงิกๆด้วย แต่ด้วยความอดทนอย่างสูงสุดท้ายก็วาดเสร็จ เป็นรูปคนแก่กลับหัว เหอๆ มารู้ทีหลังว่าเป็นรูป Leonado Davinci นั่นเอง แง้วๆ สุดยอดศิลปินเรย โว้ว
บทเรียนแรกของผมก็จบลง ได้ความรู้มากมาย ผมก็สนุกมายและก็รอคอยบทเรียนถัดๆไปที่จะเข้ามาในชีวิตอันน้อยนิดของผม
ผมว่ามนุษย์มีชีวิตที่น้อยนิดนัก แต่ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิตได้มากมาย แปลกมั้ยหละ ขึ้นอยู่กับว่าจะทำมันหรือไม่ ก็เท่านั้น เห้อ
