วันนี้มีวิทยากรด้วย

พันโท อนันท์ ชินบุตร ได้ให้เกียรติมาบรรยายเรื่อง NLP

โดยเริ่มต้นด้วย ดีได้ด้วย 5 D
1 Dare to dream   มีความฝันและกล้าที่จะฝัน
2 Decide to do  ตัดสินใจทำ
3 Determine to be done  มุ่งมั่นให้สำเร็จ เตรียมตัวให้พร้อม
4 Deal with disappointment  รับมือกับความผิดหวังได้
5 Delegate your duties  มอบหมาย กระจายงาน แบ่งอำนาจออกไป

ความสำเร็จต่างๆจะเกิดขึ้นได้ โดยถ้าเรามีความฝันและลงมือทำให้สำเร็จอย่างมุ่งมันตั้งใจ เตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคต่างๆ และกระจายงานมอบหมายอำนาจกระจายออกไปให้ได้

นอกจากนี้ยังต้องทำตัวให้มีคนรักรอบทิศทาง

  •  ทั้งข้างบน หมายถึง เจ้านาย หรือผู้บังคับบัญชา
  • ข้างๆ หมายถึง เพื่อนๆร่วมงาน
  • ข้างล่าง หมายถึง ลูกน้อง

ความคิดเปลี่ยนรูป – ความคิดนั้นถ้าคิดอย่างไรไปเรื่อยๆก็จะเป็นอย่างนั้นได้ 
 – Body ร่างกาย เราควรดูแลร่างกายให้ดี ไม่เจ็บป่วย
 – Mind ความคิด(แบ่งเป็น สติปัญญา และ จิตใจ) คิดให้ดี ความคิดสามารถทำให้เป็นจริงได้ หากเราคิดอย่างนั้นไปเรื่อยๆ(เรียกว่า การย้ำจิต)
 – Emotion อารมณ์ อารมณ์ของคนเรามีผลต่อร่างกายและความคิดด้วยนะ ถ้าอารมณ์โกรธ หน้าตาก็จะไม่ผ่องใส ความคิดก็จะไม่ดี
 – Spirit จิตวิญญาณ ต้องมีจิตใจดี มีเมตตา -คิดให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ กรุณา -ช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ มุทิตา -พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นมีสุข อุเบกขา -วางเฉยหากไม่สามารถช่วยเหลือได้แล้ว

ผมขอจบบทเรียนที่ 2 นี้ด้วย “1 Step Discarded, Is Another Step Forwarded”  -Thomas Edison-

หมายถึง 1 ครั้งที่ไม่สำเร็จ จะเข้าใกล้ความสำเร็จอีก 1 ก้าว

ในที่สุดหลังจากที่ผมได้ลากมาเรื่อยๆไม่ได้เขียนซะที วันนี้ผมต้องเขียนให้ได้

เมื่อวันศุกร์ ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับแผนการมากมายที่จะต้องทำในวันนั้น เริ่มต้นด้วยตื่นเช้าแล้วต้องรีบไปส่งใบรับรองผลสอบวัดระดับ 4 ภาษาญี่ปุ่นที่สถานทูต เนื่องจากวันสมัครลืมถ่ายไปให้เค้า หลังจากนั้นผมก็มาที่คณะ เพราะนัดเพื่อนไว้ว่าจะคุยโปรเจค แต่มาเร็วเกินเวลานัดเลยมานั่งเล่นนอนเล่นห้องคอมก่อน เมื่อเจอเพื่อนก็ยังไม่ได้คุยโปรเจคกันแต่ชวนกันไป ซื้อเค้ก 555 อร่อยดี แต่ที่ซื้อเค้กไม่ใช่อู้งานนะ ซื้อไปฉลองวันเกิดให้เพื่อน

… เกือบลืมไป จะเล่าเรื่องปิดเชียร์ แต่พิมไปแล้ว จะลบก็เสียดาย

ตอนเย็น เมื่อเลิกเรียนแล้วผมก็ได้รีบเดินไปกะเพื่อนๆ เพื่อไปที่ตึก 4 วางกระเป๋าและก็รีบไปยืนหน้าตึก 2 เพราะว่าน้องจะเริ่มเข้ามาแล้ว ก็ตั้งแถวเรียง 1 ยาวอยู่หน้าตึก อยู่ในท่ากอดอก น้องเริ่มเดินเข้ามาแล้วเราก็ทำตามประเพณีไปเรื่อยๆ (รายละเอียดมากมาย อาจไม่เหมาะที่จะเปิดเผยทั้งหมด) จนถึงช่วงที่น้องต้องวิ่งรอบตึก 2 ผมและเพื่อนๆก็เปลี่ยนจุดยืนไปยืนอยู่หลังตึกแทน น้องจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกก็ปกติดี แต่รอบ 2 ทำเอาผมหยุดขำไม่ได้ เนื่องจากซักพักนึงที่น้องวิ่งอยู่ มีสุนัขสีน้ำตาลตัวหนึ่งเดินเข้ามาในซอง และมันก็เดินไปเรื่อยๆจนหยุดลงไปนอนอย่างสบายใจ ทุกคนต่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี พอน้องที่วิ่งรอบตึก 2 วิ่งมาถึงหลังตึก มันก็ยังคงนอนอยู่ จนซักพักเมื่อวิ่งเข้ามาใกล้ มันก็เริ่มรู้ตัวจนต้อง 3 หน้าตับแรกวิ่งผ่านไป มันก็เริ่มวิ่งตามน้องๆไปจนผ่านไปผมก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ที่มันทำให้ผมขำเพราะว่าเมื่อน้องวิ่งผ่านมาในรอบต่อไป และเห็นมันยังคงวิ่งกับน้องต่อไป และไม่รู้จะออกไปทางไหน ทางขวาก็มีซอง ทางซ้ายก็มีซอง แถมหน้า หลัง ของมันก็มีน้องปี1 วิ่งมาเป็นตับ มันก็เลยต้องวิ่งต่อไปกะน้องๆ 3 รอบเห็นจะได้ ไม่รู้ผมเส้นตื้นเองหรือเปล่าแต่ผมนึกขำทุกรอบที่มันวิ่งมา เลยทำให้ผมต้องหันหน้าหนีออกจากซองทุกรอบไป แต่สุดท้ายไม่รู้มันออกจากซองไปได้ยังไง

เรื่องก็มีอยู่เท่านี้แหละคับ ไว้วันหลังมีเรื่องค่อยมาเล่าต่อ

ปล. ผมว่าหมาตัวนี้มันมีอะไรซักอย่างกับห้องเชียร์แน่เรย เพราะตอนกลางคืนที่ต้องเข้าห้องประชุมมันก็มานอนขวางทางเข้าอีก

บทเรียนบทแรกในวิชา Creativity

ในที่สุดผมก็ได้เรียนวิชานี้

มีหลายสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ และปฏิบัติในการเรียน เช่น ต้องเขียนบล็อกทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 อัน ต้องนั่งหน้าเวลาเรียน ห้ามนั่งแถวสุดท้าย ห้ามขาดเรียน รวมทั้งต้องมีส่วนร่วมในการเรียนทุกคาบ ซึ่งจากข้อปฏิบัติเดิมที่รู้ๆกันอยู่แล้วคือ ต้องปิดเสียงมือถือ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ สำหรับผม สิ่งที่ต้องเพิ่มจากการเรียนปกติน่าจะเป็นการมีส่วนร่วมในห้องเรียน ซึ่งปกติจะมีบ้างไม่มีบ้างแล้วแต่บรรยากาศ แต่คาบนี้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนให้ได้ 55

เข้ามาถึงเรื่องการเรียน ตอนแรกอาจารย์ให้เขียนสิ่งที่รู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยกำหนดให้เขียนตาม A-Z ซึ่งผมก็เขียนอย่างเมามัน มั่วบ้างเล็กน้อย ไม่ซีเรียสๆ แต่ก็เขียนไม่ครบอ่า ขาดไป 1 ตัว ZZZZZZZ ตอนนั้นนึกไม่ออกจริงๆ

และก็ยังมีให้ลองเขียน IX ให้เป็น 6 ซี่งก็มีคนออกไปเสนอหลายวิธีทั้ง SIX หรือ IX6 รวมทั้งการตัดกึ่งกลาง IX ก็จะกลายเป็น VI กลับหัวซี่งมีค่าเป็น 6 เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการจะแก้ปัญหาหนึ่งๆอยากทำได้หลายวิธีแล้วแต่ว่าแต่ละคนจะสร้างสรรค์กันอย่างไร

ต่อมาอาจารย์ก็ให้วาดรูปสัตว์ประหลาด ผมก็พยายามวาดให้รู้สึกแปลกแต่ก็ยังคงคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่ควรทำได้ คือเริ่มจากผมอยากให้มันมองเห็น เพราะงั้นก็ต้องมีตา และเครื่องที่ได้ แต่ผมไม่อยากให้มันมีขาชัดเจอจึงวาดเป็น บรึ๋ยๆ รวมทั้งมีปากในการกิน พอวาดแล้วก็มานึกว่าแล้วถ้ามันเจอศัตรูหละ เลยเติมหนามให้มันไว้ป้องกันตัว ออกมาแล้วมันก็ประหลาดสมชื่อ สัตว์ประหลาด

และก็เริ่มกิจกรรมอีกอันหนึ่งคือ ออกจาก comfort zone ก็คือ โซนแห่งความเคยชิน โดยอาจารแจกกระดาษ 2 แผ่นที่มีรูปและรหัสอยู่ให้วาดตาม แต่มีเงื่อนไขคือต้องวาดด้วยมือซ้าย ก็โอเค ซ้ายก็ซ้าย ผมก็เริ่มวาด วาดช้า และเส้นหงิกๆด้วย แต่ด้วยความอดทนอย่างสูงสุดท้ายก็วาดเสร็จ เป็นรูปคนแก่กลับหัว เหอๆ มารู้ทีหลังว่าเป็นรูป Leonado Davinci นั่นเอง แง้วๆ สุดยอดศิลปินเรย โว้ว

บทเรียนแรกของผมก็จบลง ได้ความรู้มากมาย ผมก็สนุกมายและก็รอคอยบทเรียนถัดๆไปที่จะเข้ามาในชีวิตอันน้อยนิดของผม

ผมว่ามนุษย์มีชีวิตที่น้อยนิดนัก แต่ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิตได้มากมาย แปลกมั้ยหละ ขึ้นอยู่กับว่าจะทำมันหรือไม่ ก็เท่านั้น เห้อ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น